
เมื่อไม่นานมานี้เราเพิ่งค้นพบว่าตัวเองเป็น extrovert ซึ่งเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตัวเองไปมาก
พอพูดถึงหัวข้อนี้ เราคุ้นชินกับการจำแนกคนออกเป็นสองแบบหลักๆ ได้แก่ extrovert มนุษย์ที่เข้าสังคมเก่ง ชอบอยู่กับคนอื่น อาจจะอยู่คนเดียวได้ไม่เก่ง หรือไม่ชอบ มีบุคลิกเข้าถึงง่าย คุยกับใครก็ได้ ส่วน introvert ที่มีพลังงานจำกัดในการอยู่กับคน ส่วนใหญ่ก็น่าจะไม่ชอบออกจากบ้าน มีความสุขกับการอยู่กับตัวเอง รู้สึกเหนื่อยได้ง่ายถ้าต้องคุยกับคนเยอะๆ บุคลิกจะต้องดูเก็บตัว นิ่งๆ มีความเข้าถึงยาก
เราเข้าใจว่าตัวเองเป็น introvert เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาเราสามารถทำอะไรคนเดียวได้สบายๆ แล้วก็ไม่ใช่คนคุยเก่งอะไร ตรงข้ามกัน เรามองว่าคนที่สามารถเข้าสังคมได้ดี เป็นธรรมชาติ ช่างน่าชื่นชมมากๆ เราออกจะเป็นคนประเภทที่นั่งมองคนอื่นคุยกัน แล้วรอให้มีคนเดินเข้ามาทำความรู้จักมากกว่า
เมื่อสองสามเดือนที่แล้วเราลองทำบททดสอบ Myers-Briggs Type Indicator (MBTI) แล้วผลสรุปออกมาว่า เรามีบุคลิกภาพแบบ extrovert มากกว่า! ด้วยความสงสัยก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มแล้วก็เจองานวิจัยที่พูดถึงสิ่งที่แบ่งแยกคนสองประเภทนี้ออกจากกันไ ม่ใช่ความสามารถในการเข้าสังคม หรือความมั่นใจ แต่เป็นการตอบสนองของสมองโดยการปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า Dopamine
Dopamine ถ้าให้อธิบายแบบเข้าใจง่ายก็คือสารสื่อประสาทที่ร่างกายผลิตออกมาเมื่อรู้สึกพอใจ เช่น ได้ทำอะไรที่ชอบ มีความสุข มีแรงจูงใจ และเป็นระบบรางวัล หมายความว่า สารนี้จะถูกหลั่งออกมาหลังจากเราทำอะไรบางอย่าง หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจ
คนที่เป็น extrovert ไม่ได้เป็นคนที่มีความกล้ามากกว่า หรือเข้าสังคมเก่งกว่า แต่คือคนที่สาร dopamine ถูกกระตุ้น จากการเข้าสังคม คือสารเคมีในสมองของคนจำพวกนี้มีการตอบสนองในเชิงบวกต่อการเข้าสังคม เข้าสู่สภาพแวดล้อมใหม่ การพบปะผู้คนแปลกหน้า จะทำให้คนที่เป็น extrovert รู้สึกดี เหมือนเป็นการได้รับรางวัล การเข้าสังคมจึงเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข
คนที่เป็น extrovert คือคนที่มีประสบการณ์ในเชิงบวกจากการเข้าสังคม จนสมองจดจำประสบการณ์นั้นในเชิงว่า เข้าสังคมแล้วเจอคนดีๆ ได้ทำอะไรสนุกๆ รู้สึกดี จนร่างกายตอบสนองเป็นการอยากเข้าสังคมซ้ำๆ อะไรประมาณนั้น เรียกว่าประสบการณ์มีผลระดับนึงเลย
เวลามนุษย์เราสื่อสารกัน มันไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่เป็นการที่ระบบสมองของทั้งสองฝั่งโต้ตอบ สะท้อนซึ่งกันและกัน จนเกิดภาวะ brain coupling (ภาวะที่สมองของคนสองคนขึ้นไป ปรับจูนการทำงานจนอยู่ในคลื่นที่สอดคล้องกัน ระหว่างบทสนทนา)
การพูดคุยเลยเป็นมากกว่าการที่คนสองคนแค่ผลัดกันพูดแต่เป็นการทำงานร่วมกันของสมอง โต้ตอบกับบทสนทนา เวลาเราเจอคนที่ทำให้รู้สึกแบบนี้เรามักเรียกกันว่า คนที่คุยกันรู้เรื่อง
เพราะฉะนั้นคนที่เข้าสังคมได้ดี คือคนที่สามารถสร้าง brain coupling กับคนอื่นได้ ทำให้หลายๆ คนได้รับแรงกระตุ้น ก่อให้เกิดประสบการณ์ ได้รับความรู้สึกเหมือนได้รางวัลกลับมา ทำให้อยากทำอีกเรื่อยๆ แล้วก็ส่งผลให้มีความเป็น extrovert มากขึ้นได้ (แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเกิดกับทุกคนนะ)
แต่ถ้าอย่างนั้น ก็น่าจะแปลว่า เราทุกคนก็สามารถพัฒนาความสามารถในการเข้าสังคมได้โดยการเรียนรู้ที่จะโต้ตอบกับบทสนทนา จนเกิดการ sync จากการคุยกับคนอื่นได้
หลังจากอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้เราก็เลยย้อนกลับมาสังเกตตัวเองแล้วก็ค้นพบว่าเราก็ชอบอยู่กับคนและรู้สึกดีเวลาได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ เพราะถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนเข้าหาคนเก่งแต่ก็เรียกได้ว่าตั้งรับได้ดี เราก็คงมีความสามารถในการ brain coupling แบบไม่รู้ตัว
จริงๆ แล้วการที่ชอบอยู่คนเดียวไม่ได้ทำให้เราไม่ชอบการเข้าสังคม และถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็น extrovert ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องสูญเสียความสามารถนั้นไป เช่นกัน คนที่ introvert ก็อาจจะพูดคุย เข้าสังคมเก่งได้เหมือนกัน
ทั้งสองด้านนี้สามารถอยู่ในตัวคนๆ เดียวกันได้ แล้วก็ไม่ได้มีแบบไหนแย่ไปกว่ากันเลย
Leave a Reply